เทคนิคแต่งหน้าเจ้าสาวให้ดูมีออร่า ในสไตล์โมเดิร์นไม่มีตกยุค By M.A.C

2015.12.17 14,475

สวัสดีค่ะสาวๆ เมื่อวันพุธที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา Happy Wedding.life ได้มีโอกาสจัดกิจกรรม Workshop ร่วมกับทางแบรนด์เครื่องสำอาง M.A.C Makeup Services ในคอนเซ็ปต์  การแต่งหน้าเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวในสไตล์โมเดิร์น จะกี่ปีก็ไม่มีตกยุค ซึ่งเทคนิคการแต่งหน้าแนวนี้ จะคล้ายๆ กับการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันเป็นเมคอัพที่ดูไม่เยอะ แต่พิเศษตรงที่เราจะเพิ่มมิติขึ้นมา ช่วยให้เวลาถ่ายรูปแล้วดูสวยขึ้น โดยมีเทคนิคอะไรบ้างนั้น เราสรุปมาให้แล้วค่ะ ไปดูกันเลย

 

 

 

1. ขั้นตอนการเตรียมผิว

ขั้นตอนการเตรียมผิวเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดนะคะ เราควรทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นอิ่มน้ำมาจากภายใน จะทำให้ผิวดูเปล่งประกายและเป็นเทคนิคสำคัญ ในการที่จะทำให้แต่งหน้าติดมากยิ่งขึ้นค่ะ โดยเราควรมาส์กหน้าก่อนแต่งหน้าสัก 10-15 นาที เพื่อปลุกผิวก่อนทำการลงรองพื้น และครีมบำรุงผิวที่ใช้ ควรใช้แบบที่เป็นเนื้อเจลจะเหมาะกับอากาศบ้านเรา ซึ่งปริมาณที่ใช้ก็เพียงแค่เมล็ดข้าวโพดก็เพียงพอค่ะ จะไม่ทำให้หน้าเยิ้มเป็นคราบระหว่างวันด้วย และสำหรับใครที่มีปัญหาแต่งหน้า แล้วไม่ติดทน เนื่องจากสกินแคร์ที่ใช้ อาจไม่ได้ช่วยในส่วนของการเมคอัพโดยตรง แนะนำให้ใช้สเปรย์หรือน้ำแร่ฉีด ถ้ามีน้ำเป็นตัวนำจะทำให้แต่งหน้าง่ายขึ้น เอาแค่ให้มีละอองเบาๆ พอนะคะถ้าเปียกเกินไป จะทำให้เกลี่ยยากค่ะ 

 

เอสเซ้นต์ & มอยเจอร์ไรเซอร์ 

ปรับผิวให้เรียบเนียน ให้ความชุ่มชื้น กันแดด ช่วยให้ผิวดูสว่างขึ้น ใช้แค่นิดเดียวค่ะ แตะเบาๆ ไม่ต้องเยอะ เพราะการใช้ปริมาณที่มากหรือน้อย ผลลัพธ์ที่ได้ก็เท่ากัน 

อายครีม

เป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยอำพรางในเรื่องของริ้วรอยใต้ตา รอยคล้ำ รอยแดง บางครั้งแต่งหน้าดูเนียน ดูสดใส แต่อาจลืมทาอายครีม ก็จะทำให้หน้าดูเหนื่อย ๆ ไปได้นะคะ

ลิป คอนดิชั่นเนอร์

เราควรทาลิปบาล์มเพื่อเตรียมความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มเตรียมผิว หลังจากนั้นค่อยๆ สครับออกเลยค่ะ ริมฝีปากที่ชุ่มชื้นจะทำให้การทาลิปสติกดูเนียนสวยและติดทน ป้องกันริมฝีปากแห้งหรือเป็นร่อง สีของริมฝีปาก จะดูสวยขึ้น สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบลิปสติกสีนู้ดนั้น การทาลิปบำรุงจะสำคัญมาก เพื่อให้ริมฝีปากดูแดงระเรื่อ ไม่เป็นสีนู้ดซีดๆ 

เบส

สิ่งที่สำคัญของผิวเจ้าสาว ต้องดูผ่องใสและเฟรช การที่จะทำให้เจ้าสาวมีผิวที่ดูออร่าเป็นประกาย มีเคล็ดลับอยู่ที่การใช้ “M.A.C Strobe Cream”  เป็นครีมในตำนาน และเป็นซิกเนเจอร์ของ M.A.C ซึ่งเนื้อครีมจะมีลักษณะเป็นประกายมุกแวววาว  ช่วยกระจายแสงทำให้ผิวหน้าดูฉ่ำ มีน้ำมีนวล 

เทคนิคเพิ่มเติม

  • แปรงแต่งหน้า เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยทำให้การแต่งหน้าของเราง่ายขึ้น แต่ถ้าชอบการใช้มือแต่งมากกว่า เราก็มีเทคนิคค่ะ คือการวอร์มเนื้อครีมให้อุ่นก่อน แล้วค่อยนวดไปที่ผิว
  • เมื่อลงครีมทั้งหมดเรียบร้อย ก็อย่าลืมเกลี่ยไปถึงไรผมเข้าไปด้วย ไม่อย่างนั้นหน้าจะดูเป็นขอบเอานะคะ

 

 

 

2. ขั้นตอนการลงรองพื้น

รองพื้น

เราควรทารองพื้นสูตรน้ำ แต่ใช้ในปริมาณที่น้อย แตะๆ บางๆ แล้วค่อยๆ เกลี่ยไป ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นในจุดไหน ก็ค่อยๆ แตะไปทีละนิด เป็นการปกปิดเฉพาะจุดไป ก็เรียบเนียนแล้ว

คอนซิลเลอร์

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนของการแก้ปัญหาผิว จึงมักจะทารองพื้นกันจนดูหนา แต่ความจริงแล้วไม่ใช่นะคะ  ส่วนปัญหารอยดำรอยแดง ใต้ตา หรือข้างจมูก เราควรไปแก้ไขเฉพาะจุดโดยใช้คอนซิลเลอร์ดีกว่าค่ะ 

ไฮไลท์

เพิ่มความสว่างให้มีมิติบนหน้าของเรา โดยเฉพาะในจุดที่เป็น T Zone บริเวณข้างจมูก ใต้ตา เพื่อพรางรอยแดงและเพิ่มความสว่างของผิวขึ้นมา 

เซ็ทแป้ง

ปิดท้ายด้วยการลงแป้ง แป้งที่แนะนำควรใช้เป็นแป้งโปร่งแสง Translucent ไร้สี แต่ช่วยเพิ่มมิติ ช่วยให้ผิวดูสว่าง เบาสบาย แต่ถ้าใครคิดว่าอาจจะเบาบางเกินไป ก็ใช้แป้งผสมรองพื้น เพิ่มความเนียนก็ได้ค่ะ แต่มีเทคนิคคือ ไม่ว่าคุณจะใช้แป้งแบบไหน ก็ควรเลือกใช้แปรงมากกว่าการใช้พัฟค่ะ เราจะปัดแป้งแค่ผ่าน ๆ จะทำให้ช่วยควบคุมปริมาณให้ไม่ดูหนาจนเกินไป ไม่อย่างนั้นถ้าหนาไป และจะดูไม่เป็นลุคโมเดิรน์นะคะ

 

 

 

 

3. ขั้นตอนการแก้ไขรูปหน้า

คอนทัวร์

สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแป้งที่สีเข้มขึ้น หรืออาจจะเป็นบลัชออนสีออกโทนสีน้ำตาล ซึ่งแปรงแต่งหน้าจะสำคัญมากในขั้นตอนนี้ เริ่มต้นคือ เอียงข้างสักเล็กน้อย ตั้งแปรงใช้วิธีการกดให้น้ำหนักขึ้นมา แต่ให้หยุดอยู่แค่ช่วงปลายตาไม่ควรขึ้นไปเกินนี้ หลังจากนั้น ก็ปัดวนเก็บต่ำ แต่ต้องไม่ลืมที่จะไล่ไปที่บริเวณช่วงคอด้วยให้ดูกลมกลืนเป็นเส้นต่อกันและสีผิวเดียวกัน เป็นการทำคอนทัวร์แบบไม่จัดเต็ม เวลาถ่ายรูปออกมาก็จะดูนุ่มนวล

ไฮไลท์

ขั้นตอนปรับผิวให้สว่าง ให้ประกายผิวดูมีสุขภาพดี แตะบริเวณโหนกแก้ม  สันจมูก มุมริมฝีปาก ถ้ามีแก้มที่ผอมให้ใช้วิธีปัดเข้าจะทำให้ใบหน้าดูอิ่ม ผิวจะดูโกลว์ ดูฉ่ำขึ้น 

 

 

4. ขั้นตอนการเมคอัพ

บลัชออน

ถ้าอยากให้แก้มเป็นสีชมพูที่ดูระเรื่อ ให้เลือกสีกลางๆ ที่เข้าได้กับทุกชุด เช่น โทนพีชชมพู หรือดูจากสีชุดที่เราจะใส่ก็ได้ ในที่นี้ M.A.C แนะนำให้ใช้ 2 สีสลับกัน คือ สี Pinch O'Peach ค่อยๆ แตะลงไปเบาๆ นิดหน่อยที่หน้าแก้ม จะสามารถกำหนดน้ำหนักสีได้ และดูไม่มากเกินไป ส่วนสี Well dressed ค่อยๆ ปัดไล่สีและเกลี่ยไป ปัดให้ดูแก้มใสอ่อนเยาว์

คิ้ว  

การเขียนคิ้วให้สวยควรเลือกใช้สีที่กลมกลืนกับสีผม ในลุคเจ้าสาวอาจจะเพิ่มความคมขึ้น เริ่มเขียนจากเส้นล่างของคิ้ว จากตรงกลางค่อยๆ กดน้ำหนักลากไปที่หางคิ้วจะเป็นเส้นที่คมสุด ส่วนเส้นคิ้วด้านบน ค่อยๆ เบลนขึ้นไป แต่ไม่ต้องเขียนแบบคมล่าง คมบน ทำให้คิ้วบนดูฟุ้ง นุ่มๆ จะทำให้หน้าดูซอฟต์กว่า ถ้าคิ้วดูเป็นเส้นตรงเกินไป อาจจะกดเพิ่มตรงจุดโค้งคิ้ว เพื่อเปิดมุมบนค่ะ

 

 

ดวงตา

แนะนำให้ใช้ สีน้ำตาลโทนอบอุ่น เพราะเป็นสีที่เซฟ เข้ากับผิวเอเชีย และถ่ายรูปออกมาสวย เริ่มต้นด้วยการทำกระบอกตาก่อน เลือกลงแตะน้ำหนักจากปลายตา แล้วค่อยเกลี่ยๆ ไล่เข้ามา ปัดเบาคล้ายๆ ที่ปัดน้ำฝน แต่ถ้าบางคนมีเนื้อตาด้านบนเยอะ ก็ให้แรเงาขึ้นไปนิดนึง จากนั้นก็แรเงาเส้นตาล่างที่บริเวณปลายตาเพื่อเป็นการเพิ่มมิติ หลังจากสร้างโครงเสร็จแล้ว ก็ใช้ครีมคัลเลอร์เบส แต้มลงไปที่ตรงกลางก่อน เพื่อเป็นตัวช่วยในการยึดเกาะเนื้ออายแชโดว์ให้สีติดทนและสียิ่งชัดขึ้น 

ส่วนสีตาของเจ้าสาว สีที่แต่งแล้วเข้าได้กับทุกชุดคือ สีน้ำตาลทองค่ะ จะช่วยทำให้ดูมีความหรูหรา แนะนำเป็นสี Honey Lush เป็นสีกลางๆ ที่มีประกายทอง ออกส้มอมชมพู วิธีการทาอายแชโดว์ เราจะไม่เบลนเพราะจะทำให้อายแชโดว์ร่วงลงมา แต่จะใช้วิธีการกดลงไป แล้วค่อยเกลี่ยให้ดูฟุ้ง สีออกมาก็จะดูสดใส เพิ่มมิติอีกหน่อยด้วยการแตะสีน้ำตาลเข้ม บริเวณปลายหางตา (ไม่แนะนำให้ใช้สีดำ เพราะจะทำให้ตาดูแข็ง ขาดความนุ่มนวล ) สุดท้ายไฮไลท์ที่บริเวณหัวตา เลือกสีที่ไม่ต้องขาวมากเพราะจะดูลุคเป็นนางโชว์ ให้เน้นสีขาวที่สว่างดูหรูหรา แตะแค่บริเวณหัวตาเท่านั้นพอ 

อายไลเนอร์

ดูจากรูปตาว่าเป็นแบบไหน หรือเขียนเป็นเส้นตรง เริ่มจากบริเวณปลายตา วางตำแหน่งเส้นก่อน แล้วค่อยๆ ลากไปครึ่งนึงก่อน แล้วเขียนจากหัวตามาชนกัน หรือใช้เทคนิคแก้ไขเก็บเนื้อตา โดยการเขียนเส้นไลน์เนอร์ด้านใน

มาสคาร่า

โดยการปัดเน้นโคนแล้วดันขึ้น จะช่วยเพิ่มเส้นตาให้ดูคมขึ้นและดวงตาดูกลมโต หรือเลือกติดขนตาเพื่อเพิ่มวอลลุ่มรุ่นที่มีความเป็นธรรมชาติ ก็จะดูสวยฉ่ำมากยิ่งขึ้น

ริมฝีปาก 

มีเทคนิคให้ริมฝีปากติดทนคือการใช้ลิปไลเนอร์สีเดียวกับลิปสติกที่จะใช้ระบายลงไปก่อนให้ทั่วริมฝีปาก จากนั้นจึงทาลิปสติกทับลงไป รับรองติดทนตั้งแต่เช้าจนเย็นเลยค่ะ

 

 

หวังว่าสาวๆ คงจะได้นำเทคนิคนี้ไปใช้ประโยชน์กัน ทาง Happy Wedding.life ขอขอบคุณทีมงาน M.A.C เป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยสละเวลามาสอนเทคนิคต่างๆ เป็นบรรยากาศงานที่อบอุ่นมากเลยค่ะ  ส่วนสาวๆ ที่พลาดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ต้องเสียใจนะคะ เรายังมีกิจกรรมดีๆ รออยู่อีกเพียบ แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมหน้าค่ะ



บทความที่เกี่ยวข้อง

1,756 0

โปรโมชั่นแต่งหน้าบ่าวสาวพร้อมเสริฟ กับ 4 ทีมช่างแต่งหน้ามือทอง จองได้ถึงสิ้นปี 62 นี้เท่านั้น

  • Make up
  • bridal-beauty
3,745 0

6 ลุคงานผิวจากช่างแต่งหน้าเจ้าสาว เนรมิต Glass Skin ให้คุณสวยเป๊ะทุกองศา

  • ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว
  • แต่งหน้าเจ้าสาว
  • ช่างแต่งหน้า
  • เจ้าสาว
  • glass-skin
10,381 0

15 ไอเดียแต่งหน้าทำผมเจ้าสาวชุดไทย-ชุดแต่งงาน สวยหวานร่วมสมัย ได้ดั่งใจเจ้าสาว

  • แต่งหน้าทำผมเจ้าสาว
  • แต่งหน้า
  • แต่งหน้าทำผม
  • ช่างแต่งหน้า
  • เจ้าสาว

แนะนำผู้ให้บริการ

32,940 44

Makeup By Kamon

กรุงเทพมหานคร
  • แต่งหน้า,ความงาม
  • แต่งหน้าเจ้าสาว
15,023 5

Bank make up

กรุงเทพมหานคร
  • แต่งหน้า,ความงาม
  • แต่งหน้าเจ้าสาว
8,326 1

ช่างแต่งหน้า Gubgift makeup

กรุงเทพมหานคร
  • แต่งหน้า,ความงาม
  • แต่งหน้าเจ้าสาว
1,232 0

Ninoi Makeup&Hair

นนทบุรี
  • แต่งหน้า,ความงาม
  • แต่งหน้าเจ้าสาว
8,924 14

แต่งหน้า-ทำผมเจ้าสาว รับปริญญา evefy

กรุงเทพมหานคร
  • แต่งหน้า,ความงาม
  • แต่งหน้าเจ้าสาว
25,655 195

Pai makeup

กรุงเทพมหานคร
  • แต่งหน้า,ความงาม
  • แต่งหน้าเจ้าสาว


Are you a member?

Welcome back to HappyWedding.Life

FORGOT YOUR PASSWORD? Reset it here
Use your preferred social network
Are you not a member yet?
About Happy Wedding Life

Announcement

เนื่องจากมีการอัพเกรดระบบใหม่ การ Login เข้าสู่ระบบจำเป็นต้องทำการเปลี่ยนรหัสผ่านก่อน หากคุณไม่สามารถ login ได้กรุณาเปลี่ยนรหัสผ่าน ที่นี่


FORGOT YOUR PASSWORD? Reset it here
Are you not a member yet?
About Happy Wedding Life
{{ alertMessage.text }}