Bridal Fashion show พร้อมเทคนิคเลือกชุดแต่งงาน BY Nhoo Matthews Atelier

2015.08.25 4,198

"ทรงของชุด Crop ทั้งลูกไม้ และซีทรูนิดๆ  หรือ Minimalist เรียบๆ เข้าตัวกำลังดี ทรงชุดตรง ๆ เป็นเทรนด์ใหม่เหมาะกับเจ้าสาวที่ค่อนข้างโมเดิร์นในการเลือกชุดเจ้าสาว อย่าลังเลกับคำแนะนำของคนที่มาด้วย ถ้าภายใน 5-10 วินาทีแล้วรู้สึกว่า "ชุดนี้แหละ วันนั้นคือชุดของชั้น ก็ควรเชื่อมั่นในความคิดตัวเอง พยายามเอาน้ำหนักของตัวเองเป็นหลักมากกว่าความคิดของคนอื่น"

 

ส่วนหนึ่งจากคำแนะนำในการเลือกชุดเจ้าสาว จากดีไซเนอร์ไทย แบรนด์ใหม่แต่มาแรง แนวโอต์กูตูร์ "หนู แมทธิวส์ อะทัลลิเย่ (Nhoo Matthews Atelier)" ที่ Happy Wedding.Life ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณหนูและเก็บภาพแฟชั่นโชว์ที่พิเศษ ณ โรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท และชุดเจ้าสาวที่ออกแบบอย่างประณีตและมีสไตล์มาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ

 

ช่วยแนะนำตัวให้ชาว Happy Wedding.Life รู้จัก Nhoo Matthews Atelier มากขึ้นหน่อยได้ไหมคะ?

 

“แบรนด์ Nhoo Matthews Atelier เป็นทั้ง Evening-wear และชุดเจ้าสาว ซึ่งเราทำเฉพาะ Custom-made เป็นแนวโอต์กูตูร์ (Haute couture) ค่ะ หนูเพิ่งกลับมาจากนิวยอร์คเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก่อนหน้านี้หนูได้ไปเรียนแฟชั่นดีไซน์ แล้วก็ทำงานอยู่ที่นู่นค่ะ เคยร่วมงานกับดีไซเนอร์ที่หลายๆ คนน่าจะรู้จัก คือ Zac Posen และ Marchesa ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่หนูชอบ ก็เลยไปสมัครและร่วมงานด้วยก็ได้ประสบการณ์ดีๆ กลับมาค่ะ”

 

 

อะไรคือจุดเริ่มต้นที่เป็นแรงบันดาลใจ ทำให้อยากดีไซน์ชุดแต่งงานคะ?

 

“น่าจะเป็นตั้งแต่เด็ก คือเราชอบวาดรูป แล้วชุดที่น่าจะสำคัญที่สุดในชีวิตผู้หญิงคือชุดเจ้าสาว แล้วมันต้องพิเศษที่สุด รู้สึกว่าเราจะวาดอย่างไรให้ดูแตกต่าง ดูมีสไตล์ขึ้นเรื่อย ๆ ครั้งแรกในการวาด จุดที่รู้สึกว่าตัวเองตื่นเต้นมาก ก็คือหนังสือ Prêt-à-Porter (Ready-to-wear) เป็นนิตยสารแฟชั่นของฝรั่งเศส เหมือน Runway report ช่วงนั้นน่าจะประมาณ ม.ปลาย เปิดดูแล้วเราก็ตื่นเต้นมาก เราก็พยายามสเก็ตซ์ภาพตามแบบ มันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เราไม่รู้หรอกว่ามันแตกต่างหรืออะไร แต่เรารู้สึกว่าเรามีความสุขที่ได้ทำตรงนี้”

 

ข้อดีของอาชีพดีไซเนอร์ในมุมมองคุณหนูเป็นอย่างไรคะ?

 

“มีโอกาสที่ได้ใช้จินตนาการของคุณได้ค่อนข้างเยอะ แต่ทีนี้มันก็ท้าทายอีกว่า ถ้าทำออกมาแล้ว คุณขายไม่ได้เนี่ย มันก็เหมือนสร้างโจทย์ให้คุณเยอะขึ้น ยากขึ้น เป็นสิ่งท้าทายว่าจะทำยังไงให้เราให้ชนะใจคนซื้อ และไม่ใช่ชนะใจแค่กลุ่มลูกค้าเท่านั้น แต่ควรจะชนะใจคนให้มากที่สุด อย่างหนูเองก็ค่อย ๆ เรียนรู้ เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่เปิดแบรนด์ ก็ทำเองหมดทุกอย่าง เริ่มต้นเลยก็ค้นหาตัวเองก่อน น่าจะเกือบ10ปี ว่าเราชอบเสื้อผ้าสไตล์นี้ ค่อยๆ สะสมแรงบันดาลใจจนพบว่าเรามีแนวโน้มที่ชอบเสื้อผ้าแนวนี้มากว่าแนวอื่น เราก็ค่อยๆ สร้างลุค สร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา จากนั้นเราก็ค่อยๆ สร้างความพิเศษของแบรนด์ ว่าเราจะทำยังไงให้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ”

 

 

ช่วยเล่าถึงสเน่ห์และความโดดเด่นแบรนด์ Nhoo Matthews หน่อยค่ะ?

 

“หนูก็พยายามสังเกตลูกค้าหลายๆ คนที่เข้ามา ก็เหมือนลูกค้าอึ้งอยู่เหมือนกัน ว่าอันนี้ชุดเจ้าสาวหรอคะ ?เอ๊ะ แล้วมันใส่ได้ด้วยหรอ?หนูก็ค่อยๆ อธิบายว่า ทำไมคุณจะใส่ไม่ได้ ถ้าคุณใส่แล้วคุณรู้สึกว่านี่แหละตัวคุณ คุณไม่ต้องทำไปตามคนอื่น คุณควรจะเป็นตัวคุณเองในวันนั้น สำคัญที่สุดคือคุณไม่ควรจะลอกใครเลย

 

สำหรับเวลาลูกค้านัดเข้ามา จะนัดเฉพาะลูกค้าคนนั้นในวันนั้น ๆ เพราะเราเป็นแนว Private studio ซึ่งจะอยู่ชั้น 21 ก็มีคนงงกันว่า แล้วลูกค้าคุณจะเห็นได้อย่างไร ซึ่งก็เป็นแนวคิดใหม่ แต่ว่ามันมีแนวคิดนี้มานานแล้วที่นิวยอร์ค เพราะว่าอย่างทาง Zac Posen และ Marchesa เค้าก็ทำงานในสตูดิโอบนชั้นสูงๆ เป็น High-rise studio หนูก็เลยคิดว่าเราลองทำแบบนี้ดีกว่า เพราะว่ายังไม่น่ามีใครทำแนวนี้ หรือมีก็อาจไม่ใช่แนวเราเป๊ะ ๆ

 

หนูก็ตัดสินใจลองดู สังเกตุว่าลูกค้าแต่ละคนที่มาเค้าจะเซอร์ไพรส์ เหมือนเค้ามาในสตูดิโอของดีไซเนอร์แล้วสนุก เพราะว่าเห็นว่าหนูทำงานยังไง มีอะไรในสตูดิโอบ้าง สามารถพาทัวร์สตูดิโอ รู้จักช่างได้เลย ขั้นตอนถัดมาก็คือ สัมภาษณ์ก็จะเป็นคำถามเบสิค ว่าใช้สำหรับอีเว้นท์ไหนคะ? ถ้าเป็นชุดเจ้าสาว มีธีมสีไหม? สถานที่คุณมีในใจหรือยัง? ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามา เค้าจะมีในใจแล้วนะ ลูกค้าก็จะอธิบายเช่น คิดว่าตัวเองชอบใส่เกาะอกนะคะ ลูกค้าอธิบายด้วยคำพูดและมือที่สำคัญเลย สิ่งที่หนูได้เรียนมาจาก Professor ที่  FIT (The Fashion Institute of Technology) เวลาที่ลูกค้าอธิบายลูกค้า ให้สังเกตุมือ ว่าอยากได้รูปทรงแบบไหน  หนูก็จะสเก็ตซ์ตอนนั้นเลย ลบให้ทันทีถ้าไม่ชอบ ปรับให้จนกว่าลูกค้าจะบอกว่าประมาณนี้แหละ จากนั้นก็เดินเลือกผ้ากันในสตูดิโอ หรือถ้ายังไม่มีผ้า หนูก็จะไปทำการบ้านมา ซึ่งเป็น session แรกที่เราได้ร่วมกัน แล้วหนูก็จะทำราคาเสนอลูกค้าว่าประมาณนี้นะคะ ถ้าโอเคเราก็จะนัดครั้งที่สองเพื่อมาวัดตัวค่ะ”

 

 

บอกถึงที่มาและคอนเซ็ปต์ของคอลเลคชั่น และแฟชั่นโชว์บน rooftop ครั้งนี้หน่อยค่ะ?

 

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางโรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท( The Westin Grande Sukhumvit) และเชอราตัน หัวหิน( Sheraton Hua Hin Resort and Spa) และเชอราตัน ปราณบุรี (Sheraton Hua Hin Pranburi Villas) ซึ่งหนูได้ไปร่วมงานถ่ายแฟชั่น ที่โรงแรมเชอราตัน หัวหิน  แล้วทางโรงแรมเค้าชอบชุด ชอบลุคที่เข้ากับสถานที่ และชอบไอเดีย มุมมองในการแสดงภาพเพราะหนูเป็น Art Director เองด้วย เค้าคงประทับใจตรงนี้

 

เราก็เลยมีการประชุม กัน เค้าให้โจทย์มา ว่าเป็น Wedding fairครั้งแรกนะคะ  มีธีมสีแล้วคือ กลิตเตอร์และซิลเวอร์ เพื่อที่ว่าเราจะได้ไปพัฒนาให้เป็นดีไซน์สำหรับแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ จากโจทย์ตรงนี้ หนูก็เลยหยิบมาเล่นกับคอลเลคชั่น ที่หนูกำลังทำอยู่ด้วย ซึ่งเป็น Fall/Winter Collection เอามา Tie in กับทั้งสถานที่ ธีม และฤดูกาลก็ออกมาเป็น “Snowflake & Fairy Tales” และความพิเศษอีกอย่างของห้อง อัลติจูด (Altitude) ชั้น 25 เป็นห้องทรงวงรี เห็นวิว Panorama ของกรุงเทพฯ

 

มีการออกแบบชุดให้เหมาะกับห้องด้วย เลือกชุดมาเดินให้เหมาะกับทั้ง 3 โรงแรมเช่น เชอราตัน หัวหินและเชอราตันปราณบุรี จะคล้ายกันเพราะเป็นริมทะเล เป็นชุดเบาๆ สั้นๆ ที่เหมาะ Beach Wedding สำหรับเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท เพราะความเป็นซิตี้จะดูแกรนด์ขึ้นมา มีความระยิบระยับเยอะขึ้น

 

จะมีขบวนฟินาเล่ ที่เป็นไฮไลท์ของงานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ พอดีได้ข่าวมาว่ามีคู่รักตัวจริง ซึ่งเป็นแอร์โฮสเตสเฟิร์สคลาสและกัปตันของการบินไทย ซึ่งกัปตันเพิ่งขอแต่งงาน  และทั้งคู่เป็นคู่ที่ดูดีมาก   หนูก็ได้เชิญเพื่อเป็นฟินาเล่ที่เป็นคู่รักจริง ซึ่งมีนางแบบอินเตอร์ทั้งหมด 11 ชุด เจ้าสาว 1 คน เจ้าบ่าว 1 คนเพื่อนเจ้าสาว 2 คน และ Flower girls 2 คนค่ะ  หนูจะจำลองเหมือนพิธีแต่งงานเล็กๆ  เป็น Ceremony ขึ้นมาให้ดูโรแมนติกสร้างบรรยากาศของห้องให้คนรู้สึกดูแล้วอิน

 

มีชุด Custom-made สำหรับงาน ซึ่งจะมีลูกไม้สีเทาอ่อนๆ ประดับไข่มุก คริสตัลสวารอฟสกี้ เป็นงานปักมือ จะเป็นเอฟเฟกต์ของเกล็ดหิมะ ซึ่งเป็นที่มาของ “Snowflake & Fairy Tales”  ทั้งนี้หนูก็ได้ทำการบ้านมาเยอะเหมือนกัน เป็นครั้งแรกที่ทำแฟชั่นโชว์เองด้วย เตรียมงานทั้งหมดเอง สนุกมากๆ ค่ะ”

 

 

สำหรับเทรนด์ชุดแต่งงาน พอจะแนะนำสาวๆได้ไหมคะ ?

 

“ทรงของชุด Crop ทั้งลูกไม้ และซีทรูนิดๆ  หรือ Minimalist เรียบๆ เข้าตัวกำลังดี ทรงชุดตรงๆ เป็นเทรนด์ใหม่ จะเหมาะกับเจ้าสาวที่ค่อนข้างโมเดิร์น และไม่ได้ติดอยู่กับวัฒนธรรมเดิมๆ ที่ต้องเป็นทรงกระโปรงบอลกราวน์ ใหญ่ๆ  ก็จะมีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่อยากใส่ชุดใหญ่ เพราะคิดว่าไม่เหมาะกับเค้า หนูก็เห็นว่าจะมีเทรนด์ Crop นี่แหละที่กำลังมาและใหม่ และอีกเทรนด์ คือ Less ยังไงก็อยู่ในเทรนด์ตลอด ทรงของชุดจะเป็นรูปตรงๆ ไม่ได้ย้วย หรือฟู หรือระบาย จะเป็นคลีนๆลุคนิดนึง เพราะเดี๋ยวนี้เจ้าสาวจะชอบใส่อะไรคลีนๆ กันมากขึ้น”

 

 

ช่วยไกด์ให้ว่าที่เจ้าสาวทราบหน่อยได้ไหมคะ มีข้อแนะนำอะไรในการเลือกชุดเจ้าสาวให้เหมาะกับตัวเองอย่างไรบ้าง?

 

“ หนูคิดว่าเจ้าสาวส่วนใหญ่จะมีภาพของเค้าอยู่แล้ว อยากให้ลุคออกมาเป็นยังไง แต่ควรจะทำรีเสริชเพิ่มนิดนึงว่า ชุดที่เค้าจะต้องการจะใส่ ถ้าใส่แล้วเหมาะกับรูปร่างเค้าไหมด้วย เพราะบางทีชุดเจ้าสาว ครั้งแรกที่เค้าได้ใส่ชุดทรงนี้ มันก็เลยเสี่ยง เพราะจะเปลี่ยนก็ไม่ได้

 

ขอเล่าในแง่ว่าหนูทำงานยังไงดีกว่า อย่างที่เล่าว่าหนูสเก็ตภาพ วัดตัวเสร็จ หนูจะแปะผ้าดิบให้เหมาะกับรูปทรงของลูกค้า ว่าทรงของชุดเจ้าสาวจะเป็นแบบนี้นะคะ ลูกค้าจะมีโอกาสได้เห็น และตัดสินใจว่าจะปรับอะไรไหม เพราะสามารถเปลี่ยนได้ง่ายกว่า ทำชุดจริงๆ ถ้าใส่ชุดจริงแล้วไม่เหมาะ เค้าก็จะเศร้าและเปลี่ยนอะไรไม่ทันหนูก็เลยต้องเผื่อเวลาในการทำชุดค่อนข้างนานค่ะ"

 

 

ต่อด้วย สิ่งที่ว่าที่เจ้าสาวไม่ควรทำ ในการตัดสินใจเลือกชุดแต่งงาน?

 

“อย่าลังเลกับคำแนะนำของคนที่มาด้วยอย่างเช่น ชุดอาจจะเป็นชุดที่เค้าใส่แล้ว 5 วินาทีแรกเห็นแล้วปลื้มมาก แล้วมีเพื่อนสนิทมาด้วยบอกว่า ชั้นว่ามันไม่สวย ก็จะทำให้เจ้าสาวรู้สึกนิดนึง จากใจจริงๆ ถ้าเห็นตัวเองภายใน 5 หรือ 10 วินาทีแล้วรู้สึกชุดนี้แหละ วันนั้นคือของชั้น พยายามเอาน้ำหนักของตัวเองเป็นหลักมากกว่าของคนอื่น”

 

 

สำหรับชุดแต่งงานเจ้าสาว Plus size มีทางเลือกยังไงบ้างคะ?

 

“หนูก็เพิ่งได้ลูกค้า Plus size มามันก็ Challenge สำหรับเราเหมือนกัน เพราะเราก็เพิ่งจะเริ่มทำแบรนด์ เราก็รีเสริชค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เข้าเว็บไซต์แล้วอ่านคอมเม้นต์ ถ้าเป็นเจ้าสาวที่มีเนื้อค่อนข้างเยอะ ชุดที่จะใส่ค่อนข้างลิมิต อย่างที่หนูทำก็จะเป็นเกาะอก ช่วงล่างเอวสูงขึ้นมาและเป็นทรงเอไลน์ กลบช่วงเอวจะทำให้ดูมีทรงมากขึ้น  ส่วนช่วงบนต้องดูว่าเจ้าสาวมีความมั่นใจไหม อย่างเคสที่ยกมา คือเค้าไม่ชอบแต่งตัว ไม่ค่อยหวานเราก็มีเสื้อ Crop แจ็กเก็ตทับเกาะอกไป เป็นทรงที่เราเห็นกันค่อนข้างเยอะ เพียงแต่เชฟของทรง ดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ของชุดเปลี่ยนตรงไหนแค่นั้นเองค่ะ เป็นทรงที่แนะนำสำหรับเจ้าสาว Plus size เพราะจะค่อนข้างเซฟ จะทำให้เค้าดูดีมากในวันงาน”

 

สุดท้ายนี้ ช่วยฝากอะไรถึงสาว ๆ ที่กำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวค่ะ?

 

“ให้เวลาในการเตรียมตัวเยอะ ๆ นิดนึง หนูว่า 1 ปีกำลังดี บางคนก็บอกว่าเกือบไม่ทันเหมือนกันนะคะ เพราะว่าบางทีถ้าเป็นสถานที่ ที่ป็อบปูล่าก็ต้องจองล่วงหน้าเป็นปี แล้วก็ในส่วนของชุด เพราะชุดกับสถานที่มักจะมาด้วยกัน ก็ให้เวลาเยอะๆ จะบอกเจ้าสาวเสมอว่าขอเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เริ่มคุยจนก่อนที่จะถึงวัน แต่ว่าจะเริ่มวัดตัวและตัดเมื่อไหร่คือนัดกันอีกที เพราะว่าเราจะได้เริ่มปรึกษากันว่า คุณอยากได้ชุดประมาณไหน มันเป็นไปได้ไหม ราคาเท่าไหร่ คุณโอเคไหม แบรนด์เราใช้เวลาตัดค่อนข้างเยอะ เพราะงานจะประณีตมากจะมีทั้งชุดผ้าดิบ และชุดจริง เราจะพิเศษตรงนี้ค่ะ

 

 

 

 

 

 



บทความที่เกี่ยวข้อง

2,165 0

เปิดประตูสู่ 7 ห้องเสื้อชุดบ่าวสาว เปิดให้รู้ไปเลยที่ไหนมีดีอะไร

  • dress
2,991 0

3 ห้องเสื้อชุดเจ้าสาวในฝัน จากภาพฝันจนวันที่ได้สวมใส่ในชีวิตจริง

  • atipand-choo
  • GEMS-and-GEMS-MEN
  • Lindala
7,039 0

[NEW!] 5 ร้านเช่าชุดไทย ชุดหมั้น ชุดยกน้ำชา รีวิวดี เจ้าสาวรุ่นพี่มาบอกต่อ

  • ชุดไทย
  • engaged-dress
  • ชุดยกน้ำชา
  • เช่าชุดไทย
  • review

แนะนำผู้ให้บริการ

44,668 12

Vanus Couture

กรุงเทพมหานคร
  • ชุดแต่งงาน
  • ชุดเจ้าสาว
25,991 5

Proud Bridal Shoes

กรุงเทพมหานคร
  • ชุดแต่งงาน
  • รองเท้าเจ้าสาว
14,748 1

SIRIN’S

กรุงเทพมหานคร
  • ชุดแต่งงาน
  • ชุดเจ้าสาว
37,438 38

Jirayu Art Couture

กรุงเทพมหานคร
  • ชุดแต่งงาน
  • ชุดเจ้าสาว
29,863 10

เเบมบี้ เช่าชุดราตรี

กรุงเทพมหานคร
  • ชุดแต่งงาน
  • ชุดเจ้าสาว
16,861 33

Deep Love Wedding

กรุงเทพมหานคร
  • ชุดแต่งงาน
  • ชุดเจ้าสาว


Are you a member?

Welcome back to HappyWedding.Life

FORGOT YOUR PASSWORD? Reset it here
Use your preferred social network
Are you not a member yet?
About Happy Wedding Life

Announcement

เนื่องจากมีการอัพเกรดระบบใหม่ การ Login เข้าสู่ระบบจำเป็นต้องทำการเปลี่ยนรหัสผ่านก่อน หากคุณไม่สามารถ login ได้กรุณาเปลี่ยนรหัสผ่าน ที่นี่


FORGOT YOUR PASSWORD? Reset it here
Are you not a member yet?
About Happy Wedding Life
{{ alertMessage.text }}